ในปีที่ผ่านมา เขื่อนขุนด่านปราการชล เป็นกระแสในหมู่วัยรุ่นนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ของท้าวความว่าเขื่อนขุนด่านปราการชล ไม่ใช่เขื่อนหรือสถานที่ท่องเที่ยวแห่ใหม่แต่อย่างใด แต่สิ่งที่ใหม่ในปีที่ผ่านมาคือ ด้านหลังของเขื่อนที่มีน้ำตกซ่อนไว้ต่างหาก ธรรมชาติที่ยังไม่มีสิ่งก่อสร้างเข้าไปเปลี่ยนแปลง สิ่งที่เห็นก็คือทุ้งหญ้าสีเขียวขจีชุ่มชื่น ในพื้นที่ที่รถไม่สามารถเข้าไปได้ การที่จะเข้าไปเยี่ยมชมพื้นที่สีเขียวและน้ำตกใสสะอาดนั้น จะต้องโดยสารโดยเรือจากชาวบ้านเพียงอย่างเดียว

ผิวน้ำใสกับอากาศร้อนในช่วงปีใหม่ ทำให้เรานึกถึงวันเก่า ๆ ที่มันเคยหนาวมาก่อน เราเสียค่าโดยสารคนละ 200 บาท สำหรับการแชร์ที่นั่งบนเรือไปกับนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ ในข้อดีมักมีข้อเสีย เพราะการล่องเรือลำนี้ เปรียบสเหมือนเราได้ผจญภัยไปกับคนที่เราไม่รู้เลยว่า จะเป็นมิตรหรือศัตรู

เงื่อนไขการให้บริการสำหรับการล่องเรือครั้งนี้คือ จะลงจอด 3 จุดให้นักท่องเที่ยวได้เดินไปลงสัมผัสธรรมชาติด้วยตัวเอง ไม่มีใครนำพา ความสนุกอยู่ตรงนี้คนขับเรือก็ค่อยกล่อมตลอดเวลาว่า จุดนี้น้ำน้อยไม่ค่อยสวย แต่เดินไม่ไกลนะ หนึ่งในลูกเรือบางคนก็ได้ยกมือขึ้น พร้อมเอ่ยปากว่า เราจะไม่แวะตรงนี้ในเมื่อมันไม่มีอะไร ความสามัคคีไม่มีจริงบนเรือลำนี้ คำพูดที่บอกว่า ‘เหมือนได้ลงเรือลำเดียวกัน’ รู้สึกว่ามันคือความหมายที่จับต้องไม่ได้ จากความผ่อนคลายกลายเป็นเรื่องตึงเครียด ความเกรงใจกัน ความขัดแย้งจึงบังเกิด เมื่อทุกคนเริ่มทำการโหวตว่าจะลงหรือไม่ลง นี่เราสอบเป็นฮันเตอร์มืออาชีพกันหรอ (จากหนังสือกาตูน Hunter x Hunter)

การโหวตถูกทั้งหมดด้วยกัน 3 จุดชมวิว ซึ่งในทริปนี้มีเพียงแค่ 3 จุดเท่านั้น แปลว่าถ้าเลือกที่จะไปไม่เพียงแค่สถานที่เดียวก็น่าจะเหมือนมาไม่ถึง ขอย้ำให้สำหรับคนที่กำลังจะไปนะครับ บริการล่องเรือชมวิวนี้ มีเพียง 3 จุดให้ไปชมเท่านั้น ส่วนใครไม่อยากเจอเหตุการณ์แบบนี้ แนะนำว่าใช้บริการแบบเหมาลำในราคา 1,500 บาท คุณจะสามารถใช้เวลาแต่ละจุดได้มากขึ้น เพราะไม่มีใครถ่วงเวลาช่วงขึ้นเรือและลงเรือ

หลังจากบ่นเรื่องลูกเรือกันไปแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะบ่นในความเขลาของตัวเอง ที่คิดว่าเขื่อนมันก็อยู่ของมันเฉย ๆ เราคงได้เจอภาพแบบเดียวกับที่เขารีวิวกัน แต่ที่ไหนได้เรามากันผิดฤดู ฟังคำอธิบายของกัปตันเรือไม่ค่อยถนัดนัก จับใจความได้ว่าเขามากันช่วงเดือน 6-7 โน้น มันถึงจะเชียวเขียวชอุ่ม มาตอนนี้น้ำขึ้นจนทุ่งหญ้าอยู่ใต้น้ำหมดแล้ว แต่ในจุดชมวิวแรกกัปตันบอกว่า ปีนี้น้ำแห้งไม่ค่อยมีอะไรหรอ น้ำไหลน้อย น้ำตกอะ สร้างความงงวงยอวยอะไรกันเข้าไปใหญ่ ขอย้ำไว้ที่ตรงนี้อีกทีว่า อยากเนียนเหมือนในเรฟ ให้มาแค่เดือน 6-7 เท่านั้น แต่ถ้าอยากได้ความแล้งให้มาหลังจากนั้น

แต่สำหรับใครที่ไม่มีโอกาสได้มาในช่วง High Season ในฤดูกาลอื่น ๆ ก็ไม่แย่เพราะตัวเขื่อนเองก็เปิดให้เที่ยวตลอดทั้งปี และยังมีมุมสวย ๆ ให้เราได้มองและถ่ายภาพไว้อวดเพื่อน ๆ ได้เช่นกัน